เจลโปรตีนชนิดใหม่ช่วยสร้างเคลือบฟันคืน ในการทดสอบห้องแล็บ
ทีมมหาวิทยาลัยนอตติงแฮมพัฒนาเจลไร้ฟลูออไรด์ที่ดึงแคลเซียมและฟอสเฟตจากน้ำลายมาเรียงเป็นผลึกแบบเคลือบฟันธรรมชาติ แต่ยังไม่ได้ทดสอบในคนไข้
สรุปใน 3 บรรทัด
- เจลทำจากโปรตีนที่เลียนแบบโปรตีนช่วงที่ฟันกำลังสร้างเคลือบ ดึงแคลเซียมและฟอสเฟตจากน้ำลายมาเรียงเป็นผลึก
- ในห้องแล็บ เคลือบฟันที่สร้างใหม่มีความแข็งแรงใกล้เคียงเคลือบฟันธรรมชาติ แม้ผ่านการแปรง เคี้ยว และกรด
- ยังไม่มีข้อมูลในคนไข้ ทีมวิจัยตั้งบริษัทสตาร์ตอัปและหวังออกผลิตภัณฑ์แรกในปีหน้า
เคลือบฟันเป็นเนื้อเยื่อที่แข็งที่สุดในร่างกาย แต่มีจุดอ่อนใหญ่ คือเมื่อสึกหรือกร่อนไปแล้ว ร่างกายสร้างใหม่เองไม่ได้ ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอตติงแฮม สหราชอาณาจักร นำโดย ดร.อับชาร์ ฮาซาน และ ศ.อัลวาโร มาตา กำลังพยายามแก้ปัญหานี้ด้วยเจลชนิดใหม่
เจลทำงานอย่างไร
เจลนี้ทำจากวัสดุโปรตีนที่เลียนแบบโปรตีนซึ่งร่างกายใช้ตอนสร้างเคลือบฟันในวัยเด็ก เมื่อทาลงบนฟัน มันจะดึงแคลเซียมและฟอสเฟตจากน้ำลาย แล้วนำมาเรียงตัวเป็นผลึกแร่ที่เป็นระเบียบ ต่อยอดจากผลึกเดิมของฟัน นักวิจัยเรียกกระบวนการนี้ว่า epitaxial mineralization ผลคือเจลเข้าไปเติมรอยร้าวและช่องว่างขนาดจิ๋วบนผิวฟันได้ วิธีใช้คล้ายการเคลือบฟลูออไรด์ที่ทันตแพทย์ทำอยู่แล้ว และตัวเจลเองไม่มีฟลูออไรด์
ทีมวิจัยทดสอบความแข็งแรงของเคลือบฟันที่สร้างใหม่ภายใต้สภาพจำลองชีวิตประจำวัน ทั้งการแปรงฟัน การเคี้ยว และการสัมผัสอาหารที่เป็นกรด และรายงานว่ามีคุณสมบัติเชิงกลใกล้เคียงเคลือบฟันธรรมชาติที่แข็งแรง นอกจากนี้ เจลยังอาจสร้างชั้นคล้ายเคลือบฟันบนเนื้อฟันที่โผล่ออกมา ซึ่งอาจช่วยลดอาการเสียวฟัน และทำให้วัสดุอุดฟันยึดเกาะได้ดีขึ้น
ข้อควรรู้
ผลทั้งหมดมาจากการทดสอบในห้องแล็บ ยังไม่รู้ว่าจะได้ผลแค่ไหนในปากคนจริงในระยะยาว และข่าวที่เผยแพร่ไม่มีข้อมูลความปลอดภัยหรือตัวเลขความแข็งที่วัดได้ ทีมวิจัยตั้งบริษัท Mintech-Bio เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ และหวังออกผลิตภัณฑ์แรกภายในปีหน้า แต่ยังต้องผ่านการทดสอบทางคลินิกก่อน งานวิจัยต้นฉบับตีพิมพ์ตั้งแต่ปี 2568 และข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุดเผยแพร่ในเดือนพฤศจิกายน 2569
แหล่งอ้างอิง
- Hasan A. และคณะ “Biomimetic supramolecular protein matrix restores structure and properties of human dental enamel” Nature Communications 16, 2025 · DOI
10.1038/s41467-025-64982-y - ข่าวประชาสัมพันธ์ University of Nottingham ผ่าน ScienceDaily (5 พ.ย. 2569)
ข่าวนี้เขียนใหม่จากข้อเท็จจริงในงานวิจัยและข่าวประชาสัมพันธ์ต้นฉบับ ไม่ใช่การแปลทั้งบทความ เจอข้อผิดพลาด แจ้งเราได้ที่หน้า เกี่ยวกับเรา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตัดสินว่าใครควรกินยาลดไขมัน ใช้ภาพสแกนหลอดเลือดแทนสูตรคำนวณได้ไหม การทดลอง 5,772 คนยังตอบไม่ขาด
การทดลอง CorCal ในสหรัฐฯ เทียบการใช้คะแนนแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจจากซีทีสแกน กับเครื่องคำนวณความเสี่ยงแบบเดิม พบอัตราโรคหัวใจเท่ากัน แต่คนที่เห็นภาพสแกนกินยาต่อเนื่องมากกว่าเกือบ 3 เท่า
กินนมเต็มมันเต็มส่วนวันละ 3 ครั้ง น้ำหนักไม่ขึ้น ไขมันในเลือดไม่แย่ลง ในการทดลอง 12 สัปดาห์
ทีมมหาวิทยาลัยโทรอนโตให้ผู้ใหญ่น้ำหนักเกินกินผลิตภัณฑ์นมเต็มมันเต็มส่วนทุกวัน แล้วไม่พบน้ำหนักหรือคอเลสเตอรอลแย่ลงเมื่อเทียบกับกลุ่มที่แทบไม่กินนม แต่การศึกษายังเล็กและสั้น
ใช้ไวรัสปราบเชื้อดื้อยา: เยอรมนีออกแนวทางรักษาด้วยฟาจฉบับแรกที่ครอบคลุม
ผู้เชี่ยวชาญจาก 20 องค์กรวิชาชีพร่วมกันเขียนคำแนะนำกว่า 60 ข้อ ว่าจะเลือก ผลิต และให้ “แบคเทอริโอฟาจ” กับผู้ป่วยติดเชื้อดื้อยาอย่างไร โดยย้ำว่ายังเป็นทางเลือกเฉพาะราย
งูกัดคร่าชีวิตคนมากกว่าที่คิด งานวิจัยใหม่ประเมินตายปีละสูงสุดกว่า 5 แสนคน
นักวิจัยจากสถาบันเวชศาสตร์เขตร้อนลิเวอร์พูลใช้แบบจำลองเติมช่องว่างของข้อมูลที่หลายประเทศไม่เคยนับ และพบว่าตัวเลขจริงสูงกว่าที่เคยเชื่อกันมาก
ล่าสุด
- ปฏิทินฟ้าเดือน พ.ย. 2569: ฝนดาวตกลีโอนิดส์ ดาวอังคารเคียงดาวพฤหัสฯ และซูเปอร์ฟูลมูน
- ปิดตำนาน 22 ปี กล้องโทรทรรศน์สวิฟต์ของ NASA ตกกลับสู่โลก เหนือเกาะสุมาตรา
- พบร่องรอยโมเลกุลเลือดในเซลล์เม็ดเลือดแดงของไดโนเสาร์อายุ 115 ล้านปี
- NASA เร่งหาทางต่ออายุฮับเบิล ก่อนวงโคจรต่ำจนตกกลับโลกราวปี 2576–2577
- ไขปริศนากบหายไปเมื่อ 40 ปีก่อนในบราซิล ด้วยกบดองในพิพิธภัณฑ์