พบร่องรอยโมเลกุลเลือดในเซลล์เม็ดเลือดแดงของไดโนเสาร์อายุ 115 ล้านปี
ทีมนักวิจัยนานาชาติตรวจกระดูกขาของไดโนเสาร์กินเนื้อจากบราซิล แล้วยืนยันทางเคมีได้เป็นครั้งแรกว่ามีโมเลกุลที่มาจากฮีโมโกลบินหลงเหลืออยู่ในเซลล์เม็ดเลือดแดงที่กลายเป็นหิน
สรุปใน 3 บรรทัด
- นักวิจัยพบเซลล์เม็ดเลือดแดงที่กลายเป็นแร่จำนวนมากในท่อหลอดเลือดของกระดูกไดโนเสาร์ Aratasaurus museunacionali
- ตรวจพบ “ฮีม” ซึ่งเป็นส่วนประกอบของฮีโมโกลบิน และกรดอะมิโนที่เกี่ยวกับคอลลาเจน
- แร่ชื่อเฮาส์มันไนต์และการถูกฝังเร็วในที่ออกซิเจนต่ำอาจช่วยเก็บรักษาไว้ แต่ยังเป็นข้อสันนิษฐาน
เลือดไดโนเสาร์อาจฟังเหมือนพล็อตหนัง แต่ทีมนักวิจัยนานาชาติที่นำโดย ศ.คลิตี กรีซ จากมหาวิทยาลัยเคิร์ทิน ประเทศออสเตรเลีย เพิ่งรายงานในวารสาร PNAS ว่าพบร่องรอยโมเลกุลของเลือดในกระดูกไดโนเสาร์อายุราว 115 ล้านปี
ฟอสซิลที่ศึกษาเป็นกระดูกขาของ Aratasaurus museunacionali ไดโนเสาร์กินเนื้อกลุ่มเทอโรพอดจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิล ทีมงานมาจากหลายสถาบัน ทั้งองค์การวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางทะเลและโลกของญี่ปุ่น พิพิธภัณฑ์แห่งชาติบราซิล และมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ สหรัฐฯ
พบอะไรบ้าง
ภายในท่อเล็กๆ ในกระดูกที่เคยเป็นทางของหลอดเลือด นักวิจัยพบเซลล์เม็ดเลือดแดงที่กลายเป็นแร่อยู่จำนวนมาก เมื่อวิเคราะห์ทางเคมีก็พบ “ฮีม” ซึ่งเป็นส่วนประกอบของฮีโมโกลบิน โปรตีนที่ทำหน้าที่ขนออกซิเจนในเลือด นอกจากนี้ยังพบกรดอะมิโนที่เกี่ยวข้องกับคอลลาเจน โปรตีนโครงสร้างของกระดูกและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน
ทีมวิจัยระบุว่านี่เป็นการยืนยันทางเคมีที่ชัดเจนครั้งแรกว่ามีโมเลกุลที่มาจากฮีโมโกลบินอยู่ภายในเซลล์เม็ดเลือดแดงของไดโนเสาร์ที่กลายเป็นฟอสซิล
รอดมาได้อย่างไร
ทีมวิจัยคาดว่าแร่ชื่อเฮาส์มันไนต์ (hausmannite) ช่วยยึดเซลล์เลือดและโมเลกุลภายในให้คงอยู่ และสัตว์ตัวนี้น่าจะถูกตะกอนฝังอย่างรวดเร็วในสภาพแวดล้อมที่มีออกซิเจนต่ำ ซึ่งชะลอการเน่าสลาย
ข้อควรรู้
ผลทั้งหมดมาจากกระดูกของไดโนเสาร์ตัวเดียว คำอธิบายเรื่องการเก็บรักษายังเป็นข้อสันนิษฐาน และยังไม่ได้แสดงว่าพบโมเลกุลแบบเดียวกันในฟอสซิลอื่น ข้อเสนอว่าผลนี้อาจเปลี่ยนวิธีค้นหาร่องรอยชีวิตโบราณหรือชีวิตนอกโลกยังเป็นเพียงความเป็นไปได้
แหล่งอ้างอิง
- Grice K. และคณะ “Heme signatures in mineralized red blood cells within vascular canals of a 115-million-year-old dinosaur bone” PNAS 123(46), 2026 · DOI
10.1073/pnas.2614248123 - ข่าวประชาสัมพันธ์ Curtin University ผ่าน ScienceDaily (6 พ.ย. 2569)
ข่าวนี้เขียนใหม่จากข้อเท็จจริงในงานวิจัยและข่าวประชาสัมพันธ์ต้นฉบับ ไม่ใช่การแปลทั้งบทความ เจอข้อผิดพลาด แจ้งเราได้ที่หน้า เกี่ยวกับเรา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แมงมุมก็ “หลับฝัน” ได้? กล้องอินฟราเรดจับภาพการนอน 2 ระยะคล้ายมนุษย์
นักวิจัยมหาวิทยาลัยบอนน์ถ่ายวิดีโอแมงมุมกระโดดตลอดคืน พบช่วงหลับที่ตากลอกไปมาและขากระตุก คล้ายการนอนช่วง REM ที่คนเราฝัน
ทำไมจระเข้รอดจากอุกกาบาตที่ล้างบางไดโนเสาร์ คำตอบอาจอยู่ที่ “ที่หลบภัยอุ่นๆ” แถบเส้นศูนย์สูตร
ทีม UCL วิเคราะห์ฟอสซิลกว่า 7,000 ชิ้นร่วมกับแบบจำลองภูมิอากาศ 245 ล้านปี พบว่าเขตร้อนยังอุ่นพอให้บรรพบุรุษจระเข้อยู่รอด แม้แสงแดดจะลดลงหลังอุกกาบาตชนโลก
ผึ้งพันธุ์ไล่ที่แมลงผสมเกสรอื่นจากดอกไม้ ยิ่งอากาศร้อนยิ่งแย่งกันดุ
นักวิจัยอังกฤษเฝ้าดูดอกไม้ 93 ชั่วโมง พบผึ้งพันธุ์ไล่ ผลัก และข่มขวัญผึ้งบัมเบิลบี ผึ้งเดี่ยว และแมลงวันดอกไม้ ใกล้รังผึ้งที่คนเลี้ยง
ตัดสินว่าใครควรกินยาลดไขมัน ใช้ภาพสแกนหลอดเลือดแทนสูตรคำนวณได้ไหม การทดลอง 5,772 คนยังตอบไม่ขาด
การทดลอง CorCal ในสหรัฐฯ เทียบการใช้คะแนนแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจจากซีทีสแกน กับเครื่องคำนวณความเสี่ยงแบบเดิม พบอัตราโรคหัวใจเท่ากัน แต่คนที่เห็นภาพสแกนกินยาต่อเนื่องมากกว่าเกือบ 3 เท่า
ล่าสุด
- ปฏิทินฟ้าเดือน พ.ย. 2569: ฝนดาวตกลีโอนิดส์ ดาวอังคารเคียงดาวพฤหัสฯ และซูเปอร์ฟูลมูน
- กินนมเต็มมันเต็มส่วนวันละ 3 ครั้ง น้ำหนักไม่ขึ้น ไขมันในเลือดไม่แย่ลง ในการทดลอง 12 สัปดาห์
- ปิดตำนาน 22 ปี กล้องโทรทรรศน์สวิฟต์ของ NASA ตกกลับสู่โลก เหนือเกาะสุมาตรา
- เจลโปรตีนชนิดใหม่ช่วยสร้างเคลือบฟันคืน ในการทดสอบห้องแล็บ
- ใช้ไวรัสปราบเชื้อดื้อยา: เยอรมนีออกแนวทางรักษาด้วยฟาจฉบับแรกที่ครอบคลุม