ไฟป่าแอมะซอนที่ดาวเทียมมองไม่เห็น อาจมีมากกว่าตัวเลขทางการถึง 40% ในบางพื้นที่
นักวิจัย NASA ขุดข้อมูลดาวเทียมหาไฟที่ลุกอยู่ใต้เรือนยอดไม้ ช่วงที่แอมะซอนแล้งหนักจากเอลนีโญ และควันพิษปกคลุมเมืองมาเนาส์
สรุปใน 3 บรรทัด
- นักวิจัยใช้ข้อมูลดาวเทียม VIIRS หา “ไฟที่น่าจะเป็น” ซึ่งไม่ผ่านเกณฑ์ตรวจจับของระบบทางการ FIRMS
- รอบเมืองซานตาเร็ง พบไฟมากกว่าตัวเลข FIRMS ราว 40%
- ไฟเกือบทั้งหมดเกิดจากคน เพราะฟ้าผ่าเป็นสาเหตุไม่ถึง 1%
ช่วงปลายปี 2569 ป่าแอมะซอนในบราซิลเจอภัยแล้งรุนแรงจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ฝนที่เมืองมาเนาส์ต่ำกว่าปกติ 95% ในเดือนสิงหาคม และ 60% ในเดือนกันยายน ไฟลุกลามไปทั่ว และวันที่ 12 ตุลาคม ค่าฝุ่น PM2.5 ในมาเนาส์ซึ่งมีประชากรกว่า 2 ล้านคนพุ่งเกิน 135 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ปัญหาคือ ตัวเลขไฟจากดาวเทียมที่ใช้กันอยู่อาจไม่ได้บอกภาพทั้งหมด
ไฟใต้ร่มไม้
ระบบทางการอย่าง FIRMS ตรวจจับไฟจากรังสีอินฟราเรดที่พืชที่กำลังไหม้ปล่อยออกมา แต่ไฟที่ค่อยๆ ลามอยู่ในชั้นล่างของป่าตรวจจับยาก เพราะเรือนยอดไม้ด้านบนบังความร้อนไว้ เชน คอฟฟิลด์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแมริแลนด์ที่ทำงานกับศูนย์การบินอวกาศก็อดดาร์ดของ NASA จึงขุดข้อมูลจากเครื่องมือ VIIRS บนดาวเทียม เพื่อหา “ไฟที่น่าจะเป็น” ซึ่งยังไม่ผ่านเกณฑ์ของ FIRMS
ผลเบื้องต้นรอบเมืองซานตาเร็งพบไฟมากกว่าที่ FIRMS นับได้ราว 40% และการวิเคราะห์ภาพดาวเทียมพบไฟที่ควบคุมไม่ได้ 50–70 จุดในพื้นที่นั้น คอฟฟิลด์วางแผนส่งพิกัดเหล่านี้ให้เครือข่าย MapBiomas ซึ่งติดตามไฟและการใช้ที่ดินในแอมะซอน
ฝีมือมนุษย์เกือบทั้งหมด
ฟ้าผ่าเป็นสาเหตุของไฟในภูมิภาคนี้ไม่ถึง 1% ไฟที่เห็นอยู่จึงเกือบทั้งหมดเกิดจากคน ดักลาส มอร์ตัน นักวิทยาศาสตร์ระบบโลกของ NASA อธิบายว่าภัยแล้งจากเอลนีโญทำให้ไฟจากการเผาพื้นที่เกษตรลามเข้าไปในชั้นล่างของป่าที่แห้งกรอบได้ง่าย และคาดว่าไฟจะเคลื่อนขึ้นเหนือในช่วงปลายปี 2569 แล้วลงใต้ในช่วงสิงหาคมถึงกันยายน 2570
ข้อควรรู้
นี่เป็นผลเบื้องต้นที่ยังไม่ได้ตรวจยืนยันอิสระ และยังไม่มีงานวิจัยตีพิมพ์ ตัวเลข 40% ใช้กับพื้นที่รอบซานตาเร็งเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งแอมะซอน ควันหนา เมฆ และเรือนยอดไม้รบกวนการวัดของดาวเทียม ส่วนการคาดการณ์ทิศทางไฟเป็นการประมาณการ ไม่ใช่สิ่งที่สังเกตได้แล้ว
แหล่งอ้างอิง
ข่าวนี้เขียนใหม่จากข้อเท็จจริงในงานวิจัยและข่าวประชาสัมพันธ์ต้นฉบับ ไม่ใช่การแปลทั้งบทความ เจอข้อผิดพลาด แจ้งเราได้ที่หน้า เกี่ยวกับเรา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไขปริศนากบหายไปเมื่อ 40 ปีก่อนในบราซิล ด้วยกบดองในพิพิธภัณฑ์
นักวิจัยตรวจกบที่เก็บรักษาไว้กว่า 370 ตัว พบว่าเชื้อราไคทริดโผล่ขึ้นพร้อมกับการหายไปของประชากรกบในป่าแอตแลนติกช่วงปี 2522–2525
พบเอนไซม์ “แพคแมน” ในดินป่า ย่อยพลาสติกชีวภาพหมดในไม่ถึงปี แต่ซ่อนความลับเรื่องยาปฏิชีวนะ
นักวิจัยเยอรมนีพบแบคทีเรียในดินป่าที่เจาะกินพลาสติกชีวภาพได้ แต่เอนไซม์ตัวเดียวกันก็ย่อยยาเพนิซิลลินได้ด้วย
น้ำแข็งทะเลอาร์กติกฤดูหนาวอาจเหลือน้อยกว่าที่แบบจำลองเคยคาด ราว 1 ล้านตารางกิโลเมตร
นักวิจัยเคมบริดจ์ใช้ร่องรอยสาหร่ายในตะกอนทะเลอายุ 6,000 ปีมาตรวจว่าแบบจำลองภูมิอากาศตัวไหนแม่น พบว่าภาพรวมประเมินน้ำแข็งสูงเกินจริง
ให้ปะการังที่ฟอกขาวแตะกับปะการังแข็งแรง ฟื้นกลับมาได้ภายใน 7 สัปดาห์ ในการทดลองแล็บ
ทีมสแตนฟอร์ดพบว่าเมื่อชิ้นปะการังที่มาจากโคโลนีเดียวกันสัมผัสกัน เนื้อเยื่อจะเชื่อมต่อและส่งสาหร่ายที่ช่วยชีวิตข้ามไปให้ชิ้นที่ฟอกขาว
ล่าสุด
- ตัดสินว่าใครควรกินยาลดไขมัน ใช้ภาพสแกนหลอดเลือดแทนสูตรคำนวณได้ไหม การทดลอง 5,772 คนยังตอบไม่ขาด
- ปฏิทินฟ้าเดือน พ.ย. 2569: ฝนดาวตกลีโอนิดส์ ดาวอังคารเคียงดาวพฤหัสฯ และซูเปอร์ฟูลมูน
- กินนมเต็มมันเต็มส่วนวันละ 3 ครั้ง น้ำหนักไม่ขึ้น ไขมันในเลือดไม่แย่ลง ในการทดลอง 12 สัปดาห์
- ปิดตำนาน 22 ปี กล้องโทรทรรศน์สวิฟต์ของ NASA ตกกลับสู่โลก เหนือเกาะสุมาตรา
- พบร่องรอยโมเลกุลเลือดในเซลล์เม็ดเลือดแดงของไดโนเสาร์อายุ 115 ล้านปี